สมเด็จ พระนางเจ้าฯ
พระบรมราชินีนาถ
เสด็จพระราชดำเนินวางพวงมาลาและพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ
"
พ.อ.ร่มเกล้า
ธุวธรรม"
พร้อมทรงรับศพไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ในพิธีสวดพระอภิธรรม
7
วัน
ที่วัดเทพศิรินทราวาส
วันที่
12
เม.ย.
เวลา
17.45
น.
สมเด็จพระนางเจ้าฯ
พระบรมราชินีนาถ
เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง
พร้อมด้วยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ
สยามมงกุฎราชกุมาร
มายังศาลา
3
สุวรรณวนิชกิจ
วัดเทพศิรินทราวาส
ในการวางพวงมาลาและพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ
พ.อ.ร่มเกล้า
ธุวธรรม
รองเสนาธิการ
พล.ร
2
รอ. ที่เสียชีวิตจากปฏิบัติการยึดคืนพื้นที่จากกลุ่มผู้ชุมนุมแนวร่วม ประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ
(
นปช.)
เมื่อวันที่
10
เม.ย.
ที่ผ่านมา
โดยมีนายอภิสิทธิ์
เวชชาชีวะ
นายกรัฐมนตรี
นายสุเทพ
เทือกสุบรรณ
รองนายกรัฐมนตรี
ผู้บัญชาการทหารทุกเหล่าทัพ
พร้อมด้วย
ครอบครัว ธุวธรรม
เฝ้าฯ
รอรับเสด็จ
หลังพิธี
นางนิชา
หิรัญบูรณะ
ธุวธรรม
ภริยา
พ.อ.ร่มเกล้า
ธุวธรรม
กล่าวว่า
วันนี้ครอบครัวของเรารู้สึกปลาบปลื้มและซาบซึ้งใน
พระมหากรุณาธิคุณเป็นอย่าง มาก
ที่พระองค์ท่านทรงเสด็จพระราชดำเนินมาในงาน
เพราะ พ.อ.ร่มเกล้า
ธุวธรรม
เคยทำงาน ถวายท่านตั้งแต่
เรียนจบมา
เป็นทหารเสือราชินีมาแต่ต้น
ที่ได้เลื่อนยศแต่ละครั้ง
ก็ได้พระมหากรุณาธิคุณพระราชทานประดับยศให้ทุกยศ
จนถึงวันนี้
"
วันสุดท้ายก็ยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากท่าน
ท่านมีรับสั่งว่า
เป็นทหารที่ดี
รู้สึกเสียดายที่บ้านเมืองต้องเสียทหารที่จะดูแลปกป้อง
บ้านเมืองที่ดี
และขอบคุณพ่อแม่ที่เลี้ยงดูมาอย่างดี
อย่างที่บอกว่า
พี่เปาเป็นคนที่จงรักภักดี
และรักสมเด็จฯ
ยิ่งชีวิต
วันนี้เขาก็แสดงให้เห็นแล้ว
เขาพูดเสมอว่าชีวิตนี้เกิดมาเพื่อรับใช้แผ่นดิน
รับใช้ราชวงศ์จักรี
เขาพูดให้ฟังทุกวันตลอดเวลาว่าจะค้ำราชบัลลังก์
เหมือนกับว่าอยู่ในสามัญสำนึก
เขาจึงเสียสละได้ทุกอย่าง
เรื่องความสุขส่วนตัวไม่ต้องพูดถึง
เพราะเขาเอาแต่เรื่องงาน
ไม่ไปเที่ยวไหน"
จากนั้น นางนิชา ภรรยา พ.อ.ร่มเกล้า
ธุวธรรม
กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า
ก่อนหน้านี้ตั้งแต่ที่พี่เปา รับราชการได้ถวายงาน
สมเด็จพระนางเจ้าฯ
พระบรมราชินีนาถ มาโดยตลอด สมเด็จพระราชินีฯ ทรงรับสั่งว่า
สูญเสียทหารที่ดี ที่ทำหน้าที่ปกป้องชาติบ้านเมือง
ทรงรับสั่งเสียใจกับครอบครัว และทรงขอบคุณพ่อแม่ที่เลี้ยงลูกมาอย่างดี
ในวันที่เกิดการปะทะกันนั้นตนทราบข่าวจากโทรทัศน์ว่า
มีระเบิดลงมาที่พี่เปาอยู่
แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร
จากนั้นไม่นานเพื่อนพี่เปาโทรศัพท์มาหาและมารับตัวไปอยู่ที่ ราบ
11
ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าอะไรเกิดขึ้นกับสามี ไม่รู้เลยว่ายังอยู่หรือไปแล้ว
และมาทราบอีกทีว่า สามีอยู่ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎฯ และเสียชีวิตแล้ว
ภรรยา
พ.อ.ร่มเกล้า
ธุวธรรม
กล่าวอีกว่า อยากบอกพี่เปาว่า ไม่ต้องห่วงตนจะดูแลพ่อแม่เอง
และจะทำสิ่งที่พี่ยังทำค้างอยู่ให้เสร็จ
ตอนนี้พี่เขา
กำลังจนสำเร็จปริญญาเอกอีกไม่กี่เดือนนี้จะจบแล้ว
แต่มาเสียชีวิตก่อน พี่เปาเป็นคนที่ไม่กลัวตาย
ปฏิบัติภารกิจที่ชายแดนภาคใต้
1
ปี มีชีวิตที่เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายมาตลอด
เห็นความตายเป็นเรื่องธรรมดา ตายง่ายนิดเดียว
ถ้าจะตายเพื่อแผ่นดินก็ยอมตาย ถวายงานพระองค์ท่านมาตั้งแต่เรียนจบ
ได้รับพระราชทานติดยศจากสมเด็จพระราชินีทุกยศจนกระทั่งถึงวาระสุดท้าย
นางนิชา กล่าวใบหน้าเศร้าว่า ถามว่าโกรธหรือไม่ บอกได้เลยว่า
ไม่โกรธ
ไม่แค้น แต่เสียใจ อยากจะบอกกับทุกฝ่ายว่า
ให้มองถึงอนาคตของชาติบ้านเมืองจะเป็นอย่างไร
เมื่อทุกคนเห็นประโยชน์แต่ของตัวเองเป็นที่ตั้ง
โดยไม่คิดถึงประโยชน์ของชาติ ชาติบ้านเมืองจะเป็นอย่างไร
หากไม่มีคนเสียสละเพื่อชาติ
อย่างพี่เปาก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้
อยากขอร้องว่า
อย่าอ้างทำเพื่อประชาธิปไตย หรือประเทศชาติมาเป็นข้ออ้าง
จะทำให้เกิดความเสียหายของบ้านเมือง
ภรรยา พ.อ.ร่มเกล้า
ธุวธรรม
กล่าวอีกว่า
พี่เปาเสียสละชีพเพื่อรักษาประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
ตนและครอบครัวรู้สึกปลาบปลื้มในพระมหากรุณาธิคุณอย่างล้นพ้นที่สมเด็จพระนาง
เจ้าพระบรมราชินีนาถฯ และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ เสด็จฯมาในงานศพ
พี่เปาพูดอยู่เสมอว่า
เกิดมาต้องรับใช้แผ่นดิน ราชวงศ์จักรี
และราชบัลลังก์ แม้จะแลกด้วยชีวิตก็ยอม อยากจะบอกคนไทยรักกัน สามัคคีกัน
อย่าเห็นทหารเป็นศัตรู ทหารทุกคนมีความเสียสละทำงานเพื่อชาติเพื่อส่วนรวม
ภรรยา พ.อ.ร่มเกล้า
ธุวธรรม
กล่าวว่า เหตุที่ตนกับพี่เปาไม่มีลูกนั้น
เพราะว่าเราทั้งสองตกลงกันว่า ไม่อยากมีและอายุทั้งคู่ก็มากแล้ว
อีกทั้งพี่เปาพูดเสมอว่า อยากจะเอาเวลาทั้งหมดทำงานให้แผ่นดิน
พ.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม
เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่น
25 (
ตท.
25)
นักเรียนนายร้อย จปร.รุ่น
36
เพื่อนๆเรียกชื่อเล่นกันว่า
”
เปา
”
ก่อนมา
ดำรงตำแหน่งที่ พล.ร.
2
รอ.
เป็น ผบ.ฉก.
35 (
ยศ พ.ท.) ดำเนินการด้านยุทธศาสตร์ในพื้นที่ อ.สุคิริน และ
อ.แว้ง จ.นราธิวาส เป็นเวลากว่า
6
เดือน
โดยปฏิบัติการเดินเท้า
เข้าทำความเข้าใจกับคนในพื้นที่
3
จังหวัดชายแดนภาคใต้
พ.อ.ร่มเกล้า
ธุวธรรม
บอกถึงการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ภาคใต้ในครั้งนั้นว่า ตั้งแต่ลงพื้นที่
6
เดือน กระสุนไม่เคยออกจากกระบอกแม้แต่
นัดเดียว
“
การแก้ไขปัญหามี
2
อันดับ คืออันดับแรกแก้ที่ปลายเหตุ หมายความว่าให้คนไทยพุทธป้องกันการละทิ้งถิ่นฐาน และทำให้พี่น้องมุสลิมกลาง ให้ความร่วมมือกับรัฐฯ ส่วนอันดับสอง คือการแก้ที่สาเหตุ เป็นการแก้ไขในระยะยาว ที่ต้องทำให้คนในพื้นที่เกิดความรู้สึกต่อต้าน
กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ผมเข้าไปในพื้นที่ ใช้วิธีเข้าไปคุยกับทุกหลังคาเรือน หากเรารู้ว่าคนนี้ น่าจะเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความรุนแรง แต่ไม่มีหลักฐานพิสูจน์ได้ เราจะเข้าไปคุยกับเขาบ่อยๆ ซึ่งสามารถทำให้ลดการเกิดเหตุรุนแรงขึ้นได้เนื่องจาก เมื่อเราเข้าไปพูดคุยเป็นมิตรกับเขาบ่อยๆ
เขาจะเกรงใจ เราจะหยุดการฆ่าด้วยการฆ่าไม่ได้
”
“
ผมเดินเข้าไปบอกถึงความเป็นคนไทยกับชาวบ้านในพื้นที่ เพื่อให้เกิดความรู้สึกว่าเป็นคนไทยเหมือนกัน ผมเดินเข้าไปบอกชาวบ้านว่า
ผมเป็นจีน มาจากซัวเถา เพราะแม่ผมเป็นคนจีน คุณมาจากไหนไม่รู้ พูดภาษายาวี แต่เราเป็นคนไทยด้วยกัน เขาก็งง แล้วถามผมว่าแล้วคนไทยคืออะไร ผมก็บอกไปว่าก็พวกเราทั้งหมดคือคนไทย บางทีผมยังต้องเอาประวัติศาสตร์สมัยสมเด็จพระนเรศวรฯ ลงไปบอกกับพี่น้องในพื้นที่ว่า
"นักรบจนถึงชนชั้นขุนนางในอดีตก็มีคนมุสลิม เราร่วมรบกันมา อยู่ร่วมกันมานานแล้ว ปลุกความรักชาติให้เขา
”
ทั้งหมดเป็นแนวความคิดและแนวปฏิบัติของ พ.อ.ร่มเกล้า
ธุวธรรม
เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผบ.ฉก.
35
ในพื้นที่ อ.สุคิริน และ อ.แว้ง จ.นราธิวาส
ข้อมูลจาก
ASTV
ผู้จัดการออนไลน์
,
www.thaipost.net
,
www.lcapoob.com , www.thaiinsider.info